ฟ้าหัวเราะเยาะข้าชะตาหรือ
ดินนั้นถืออภิสิทธิ์ชีวิตข้า
พรหมลิขิตขีดเส้นเกณฑ์ชะตา
ฟ้าอินทร์พรหมยมพญา ข้าหรือเกรง
ขอหัวเราะ..เยาะเย้ยเหวยเหวย ฟ้า...
พสุธาอย่าครวญว่า ข้าข่มเหง
เย้ยทั้งฟ้า ท้าทั้งดินสิ้นยำเกรง
หรือใครเก่งเกินข้าฟ้าดินกลัว

.
ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเองไม่เกรงดินฟ้า
อีกพื้นพสุธาพญายมพรหมอินทร์ทั่ว
ข้ากระทำแต่ความดี มีหรือจะกลัว
มิใช่ใจชั่วเมามัวหลงลำพอง
อันสวรรค์อยู่ในอก นรกนั้นหรือ
ข้าก็ถืออยู่ที่ใจไม่หม่นหมอง
ละการทำชั่วมีหรือจะกลัว นรกมั่นปอง
หากทำดีฟ้าดินต้องคุ้มครองเอย

 

สืบเนื่องจาก Music News ที่อัพไว้ ในตอนที่แรกจะเขียนบทความของเพลงนี้ แต่เผอิญไปอ่านเจอบทความที่มีผู้ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี2542 ซึ่งเป็นบทความที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมมาก ตั้งแต่ที่มาของเพลง ผมก็เพิ่งทราบว่าผู้บันทึกเสียงคนแรกไม่ใช่คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ต้องขอขอบคุณผู้ที่นำบทความนี้โพสขึ้นมาด้วยครับ

เพลงนี้ผู้ขับร้องล่าสุดคือ ดัง พันกร อัลบั้ม "หนังสือเพลงสยาม" วางแผงวันที่ 27 กรกฎาคม 2551 นี้ครับ

ขอยกบทความเก่าอ้างอิงดังนี้.......

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2542 ที่ผ่านมา ผมได้ฟังรายการ ?เพลงเก่าเราชอบ? จากสถานีวิทยุรัฐสภาที่ถ่ายทอดไปยังสถานีเครือข่ายทั่วประเทศ วันนั้นผู้จัดรายการได้เชิญผู้ขับร้องบันทึกเสียงเพลง ?เย้ยฟ้าท้าดิน? คนแรกมาสัมภาษณ์ออกอากาศ ทำให้ได้ทราบถึงความเป็นมาของเพลงที่น่าจะบันทึกไว้ จึงขอเก็บข้อความมาคุยกับท่านในคอลัมน์นี้

เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนี้ ผมรู้จักและคุ้นเคยกับเสียงของ สุเทพ วงศ์กำแหง ที่ขับร้องบันทึกไว้กับห้างแผ่นเสียงคาร์เธ่ย์ ตรามงกุฎ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2506-2507 หน้าปกแผ่นเสียงมีภาพของสุเทพ วงศ์กำแหงยืนร้องเพลงกางมือ หลังฉากเป็นภาพพายุคะนอง และภูเขาไฟระเบิด ในแผ่นเสียงลองเพลย์ชุด ?เย้ยฟ้าท้าดิน?

ตอนแรกคิดว่า สุเทพ วงศ์กำแหง เป็นผู้ขับร้องบันทึกเสียงแรก ซึ่งไม่ใช่ความจริง

ผู้ขับร้องเพลงนี้บันทึกเสียงเผยแพร่เป็นคนแรกคือ ?สมสกุล ยงประยูร?

สมสกุล ยงประยูร เล่าถึงที่มาของเพลง ?เย้ยฟ้าท้าดิน? สรุปได้อย่างนี้ครับ

เมื่อ ประทีป โกมลภิศ สร้างละครเรื่อง ?เทพบุตรฮ่อ? เพื่อแสดงที่โรงละครศรีอยุธยา ตามธรรมเนียมต้องมีเพลงประกอบเพื่อให้พระเอกของเรื่องคือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ร้องประกอบละคร สัมพันธุ์ อุนากร ให้แนงทางเพลงว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของนักเลง เพลงที่จะมาประกอบต้องเป็นเพลงประเภทดุเดือด ห้าวหาญ เป็นเพลงของ ?คนใหญ่? จึงมอบให้ ครูมงคล อมาตยกุล แต่งทำนอง สง่า (ชาลี) อินทรวิจิตร เขียนคำร้อง สมสกุล ยงประยูร ซึ่งขณะนั้นเป็นนักร้องสลับหน้าม่านละคร ได้นำเพลงมาขับร้องจะเป็นที่ชื่นชอบเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2496-2498 และได้บันทึกแผ่นเสียงกับบริษัท ดีคูเปอร์ จอห์นสัน เมื่อปี พ.ศ. 2500 เมื่อแผ่นเสียงออกจำหน่าย ทำให้เพลงแพร่หลายเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ . . .

ในบรรดาผู้ที่ชื่นชอบเพลงเย้ยฟ้าท้าดิน ก็มีจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะปฏิวัติ ซึ่งเป็น ?ผู้ยิ่งใหญ่? ของเมืองไทยขณะนั้นอยู่ด้วยคนหนึ่ง

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้ประกาศว่า ?ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองแต่เพียงผู้เดียว? โปรดปรานเพลงเย้ยฟ้าท้าดิน ถึงขนาดเรียก สมสกุล ยงประยูร มาขับร้องให้ฟังบ่อย ๆ ครั้งหนึ่งถึงกับให้เงินรางวัลแก่สมสกุล ยงประยูร ถึง 10,000 บาท

?ผมนำเงินที่ท่านให้รางวัลไปซื้อที่ปลูกบ้าน และเอาเงินที่เหลือมาตั้งตัวได้. . . ต่อมาท่านเปลี่ยนเนื้อร้องตอนที่ว่า ?หรือใครเก่งเกินข้าฟ้าดินกลัว? เป็น ?หรือใครจะเก่งเกินข้าเชิญมาลอง? ผลเลยต้องนำเอาเพลงมาบันทึกเสียงใหม่อีกครั้ง. . .? สมสกุล ยงประยูร ระลึกถึงความหลัง

หลังจากนั้น สุเทพ วงศ์กำแหง ได้นำเพลงนี้มาขับร้องบันทึกเสียงกับห้างคาร์เธย์ ที่ตั้งอยู่แถวสะพานเหล็ก ทำให้เพลงเย้ยฟ้าท้าดินโด่งดังขึ้นอีก ต่อมา สันติ ลุนเผ่ ก็ขับร้องทำเป็นแผ่นเสียงด้วย

สมสกุล ยงประยูร เล่าต่อว่า ?. . . เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนี้เป็นเพลงที่มีอาถรรพณ์ มีคนตายเพราะร้องเพลงนี้หลายคน เช่น บุญช่วย หิรัญสุนทร อดีตนักร้องดังก็ตายหลังจากร้องที่ครัวรสสุคนธ์ เมฆ เมืองกรุง ร้องเพลงนี้ที่พาต้าปิ่นเกล้าแล้วช็อค เส้นโลหิตในสมองแตกตาย. . . เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ เพลงเย้ยฟ้าท้าดินต้องใช้เสียงสูง ร้องให้ดัง จึงจะไพเราะ ถ้าใครเป็นโรคความดันโลหิตสูง และกำลังเมาหรือดื่มเหล้าอยู่ ไม่ควรร้อง. . .?

ครับ นั่นคือที่มาของเพลง. . . มาลองทบทวนเนื้อร้องกันหน่อยนะครับ

ผมได้พิจารณาเนื้อร้องเย้ยฟ้าท้าดินแล้ว เห็นว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ทรงคุณค่าเพลงหนึ่ง เนื้อเพลงมีลักษณะคล้าย ๆ กับกลอนสุภาพ ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาพื้น ๆ แต่สละสลวย เข้าใจง่ายไม่มีการซ่อนคำซ่อนความอะไรมาก

เป็นเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของผู้เขียนให้เข้ากับบทบาทของตัวละครอย่างตรงไปตรงมา

เพลงละครจากภาพยนตร์ จำนวนมากมายที่หายไปกับกาลเวลา แต่เพลงเย้ยฟ้าท้าดินยังคงยืนยงอยู่ เพราะเป็นเพลงพิเศษที่ประกาศถึงความทระนงและศักดิ์ศรีของมนุษย์

?มนุษย์ที่ไม่เกรงฟ้าดิน หรือหน้าอินหน้าพรหมองค์ใดทั้งสิ้น?

ตรงนี้เองที่เป็นจุดเด่น หรือ ?จุดขาย? ของเพลง

คนทั่วโลก ไม่ว่าสังคมตะวันตก หรือตะวันออก ถูกสอนให้เคารพเกรงกลัวต่ออำนาจของสิ่งเหนือโลกเหนือการพิสูจน์ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว แม้แต่ในปัจจุบันที่ความเจริญทางด้านวิทยาการและเทคโนโลยีท่วมท้นโลก แต่ความเชื่อความเกรงกลัวต่อสิ่งดังกล่าวยังคงแผงเร้นอยู่ในหัวใจคน

อย่างคนไทย เราได้รับการปลูกฝังให้เคารพ เกรงกลัวเทพอย่าง พระพรหม พระอินทร์ พญายม

เราเชื่อกันว่า พระพรหมคือผู้สร้งโลกและกำหนดชะตาชีวิตมนุษย์ที่เรียกว่า ?พรหมลิขิต?

พญายมเป็นเจ้าแห่งนรก ซึ่งมนุษย์ทุกคนเมื่อตายลงจะต้องไปพบพญายมก่อนเสมอ

เราเชื่อมั่นในฟ้าดิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนเทพหรือสิ่งดีงามที่คอยสังเกตและจับตามองพฤติกรรมของมนุษย์...

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเคารพ นบนอบต่อสิ่งที่มีอำนาจเหนือมนุษย์เหล่านี้. . .

เพลงเย้ยฟ้าท้าดินเปิดฉากด้วยความก้าวร้าวรุนแรงของมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งประกาศตนว่าไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ถึงขนาดหัวเราะเยาะเย้ยได้

จากนั้นก็ได้ประกาศตนให้หลุดพ้นจากอำนาจเหนือมนุษย์ที่คอยพันธนาการชีวิต ด้วยการ ?ขอลิขิตชีวิตของตนเอง?

คนคนนี้มีดีหรือกล้าหาญอย่างไร จึงได้กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นเกรงกลัว

คำตอบก็คือ ?ข้ากระทำแต่ความดีมีหรือจะกลัว มิใช่ใจชั่วลืมตัวหลงลำพอง? และ ?ละการทำชั่วควรหรือจะกลัวนรกมั่นปอง?

ครับ นี่คือความกล้าหาญ เป็นความทระนงของมนุษยชาติ ที่ไม่เกรงกลัวหรือสยบให้กับอำนาจใด ๆ เพราะเชื่อมั่นในคุณงามความดีของตนที่จะเป้นเสมือนเกราะเพชรคุ้มครองผองภัยมิให้มากรายกล้ำ

กระทำแต่ความดีเสียอย่าง สามารถเชิดหน้าท้าทายโลกหรือทุกสิ่งได้. . .

ครับ ?หากทำดี ฟ้าดินต้องคุ้มครองเรา?


คุยด้วยเพลง
พงษ์ชัย ไทยวรรณศรี

.......................................

คนรุ่นใหม่สนใจเพลงเก่าก็ไม่เสียหายครับ

โชคดีที่โปรดิวเซอร์เขานำกลับมาทำดนตรีใหม่ฟังได้ทั้งเวอร์ชั่นดั้งเดิมและเวอร์ชั่นใหม่

 

 

 

edit @ 20 Jul 2008 20:26:18 by * Jetkaro ShowtimE *

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมาให้ทราบกัน  แต่รายละเอียดที่สำคัญควรให้ชัดเจนกว่านี้  อย่ากำกวม  ทำให้ผู้อ่านสับสน  เช่น  คำร้อง สง่า (ชาลี) อินทรวิจิตร  ตกลงใครแต่งกันแน่  แต่งร่วมกัน หรือแต่งคนเดียว  เพราะชื่อ สง่า  กับ ชาลี นั้น เป็นคนละัคนกัน  เพราะถ้าดูที่ท่านเขียน "ชาลี" กับ "สง่า" คือคนคนดเดียวกัน

#13 By สัมพันธ์ พัทลุง (101.109.213.52) on 2015-12-26 08:45

#12 By (113.53.45.11|113.53.45.11) on 2014-11-15 20:21