ผ่านไปแล้วอีกวัน

สภาพการณ์ช่วงเช้า

ประกาศๆ

เราก็ยังไปทำงานสายเหมือนเดิมอะ เข้าที่นั่งก็ 8.50แล้ว

นั่งสักพักๆ

จากนั้นเจ้านายก็โทรเข้ามาที่โต๊ะ

เจ้านาย - ทำไมไม่โทรกลับหาผม

เรา - ไม่รู้สิเพิ่งมาถึงเอง

เจ้านาย - อ้อ เหรอ

เรา - (กูงงหรือว่ามันเบลอ)

เรา - มีงานมาใหม่หรือพี่

เจ้านาย - อ้อใช่เนี่ยนะ xxxxxxxxxxxxx ขี้เกียจเล่า เมื่อยมือ xxxxxxxxxxxx

แล้ว Fax ไปให้ทีนะ

เรา - ครับ

วางโทรศัพท์ไปแล้วนั่งนึก ใครวะรับโน้ตแล้วไม่มาบอก

หรือมันฟังสำเนียงนายไม่ออก เลยเงียบไว้แน่ๆ

จบเถอะ ชีวิตตอนเช้า

.................................................................................

สภาพการณ์ช่วงบ่าย

ไม่มีอะไร มะหลักสำคัญ

เฮฮาจิตป่วนไปเรื่อย แต่ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆ นี่สิ ง่วงๆเพลียๆ ไข้หวัดมันมาสะกิดแระ

เลยใช้สูตรแอบไปหาที่หลับ

หาที่แอบหลับได้แหละ นอนพักตื่นมาบ่ายกว่าๆ

มีพี่คนสวยมาสะกิด

พี่คนสวย - เป็นอะไรรึเปล่า

เรา - เพลียๆนะ

พี่คนสวย - เมื่อคืนทำอะไรมาถึงเพลียละ

เรา - (นั่นไง ถามมาได้) ก็นอนนะฮะ

พี่คนสวย - เหรอคะ นอนแล้วมาเพลีย ก็นึกว่า.....

เรา - หือ (คนสวยก็คิดมกวุ้ย)

จบเถอะ ชีวิตตอนเที่ยง

.................................................................................

สถานการณ์ภาคค่ำ

จบงานหลัก เราก็มางานจ๊อบ

ขอเล่า............ที่มาของงานจ๊อบก่อน

มีวันหนึ่งเรานอนเล่นๆอยู่ รุ่นพี่โทรมาที่บ้าน

รุ่นพี่ -มีงานเยอะไหมช่วงนี้

เรา - พอไหวอะ

รุ่นพี่ - พอจะรับอีกจ๊อบไปได้ไหม จ๊อบนี้ไม่หนัก แต่ขอคนไว้ใจได้ก็พอ

เรา - แล้วผมมีอะไรให้พี่ไว้ใจได้เหรอ

รุ่นพี่ - ไม่มีวะ แต่ในกลุ่มพี่ ไว้ใจแกที่สุดแล้ว พี่เลือกแก

เรา - อ้อ ขอบคุณครับพี่ที่เอ็นดูผม

รุ่นพี่ - ตั้งใจทำให้ดีละ

........................................................................

งานจ๊อบประจำวันนี้

วันนี้สบายๆหน่อยคือไม่ได้แปล แค่ไปตรวจอักษรในเอกสาร 2 ใบเท่านั้นเอง

ไอ้ที่ตรวจนะ 2 หน้ากระดาษA4 ก็จริงนะๆ

แต่เราตรวจใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงแนะ >_<

ที่จริงภาษาจีนต้นฉบับ ก็ไม่มีศัพท์อะไรที่ดูแล้วแปลยาก หรือน่าจะทำให้แปลผิด

อ่านแล้วเข้าใจได้เลยเพราะเป็นคำพูดที่ง่าย เรียบๆ พื้นๆ

แต่ทว่า...... " บุคคล " เจ้าของคำพูดไม่พื้นๆนะสิ

ตอนเรารับงานชิ้นนี้มา เราก็ไม่รู้ว่าจะพิถีพิถันมากขนาดนี้

เราบอกว่าเราแปลพวกธรรมดาพอได้นะ แต่คำสูงๆเราไม่ถนัด

อาจารย์แกบอกว่าเดี๋ยวส่งFaxไปให้อาจารย์ชายอีกคนช่วยแก้

เราก็เลยเอาคำแปลของอาจารย์อาวุโส Fax ส่งให้ อาจารย์ชายอีกท่าน

แล้วอาจารย์ชายท่านนั้นก็ไปเชิญอาจารย์หญิงอีกท่านช่วยเกลาอักษรให้

สรุป เป็นกระบวนการ 4 ขั้นตอนของการแปลวันนี้
...............

จากนั้นอาจารย์ชายก็ Fax กลับมา

กำชับว่า "พิมพ์อย่าตก อย่าขาด พิมพ์ให้ถูกต้องนะ คำศัพท์เขียนให้ถูกต้อง

เดี๋ยวจะมีเสียหายต่อ.........นะและต่อพวกคุณด้วย"

อ่านไม่ออก ตรงไหน โทรมาที่เบอร์ 02-xxxxxxx

ครับ หากมีเกิดเสียหายขึ้นมา เสียและหายแน่ๆ แม้แต่หัวบนบ่า

แทบจะก้มกราบ ให้ขาดใจอยู่เสียหน้าคอมฯ

............................

จากนั้นเราก็มาเช็คอักษรเทียบต้นฉบับ มีบางคำเราอ่านลายมือไม่ออก

เราเลยโทรไปหาอาจารย์ชายท่านนั้นอีกรอบ

เราโทรไปหาท่านตอน หกโมงกว่าๆคาดว่าท่านกำลังจะเตรียมทานข้าว

(เพราะเสียงเล็ดลอดออกมา) แต่ท่านก็ยังเสียสละมาช่วยอ่านทีละบรรทัดให้ฟัง

อ่านทีละบรรทัด นะขอรับ

สุดยอดแห่งการตรวจ ไม่เคยเช็คอะไรด้วยความระมัดระวังเช่นนี้

ท่านใจดีค่อยๆอ่าน เราก็ค่อยๆแก้ไป

สุดท้ายเราก็มาแก้ในคอมพิวเตอร์เรา

อาจารย์อาวุโส - เสร็จหรือยัง

เรา - ประเดี๋ยวนะครับ แก้เสร็จแล้วตรวจอีกรอบ อาจารย์กรุณารอสักครู่ครับ

อาจารย์ฯ - ไม่เป็นไร ค่อยไแก้ แต่เอาให้ถูกต้อง

เรา - พวกเราแก้มาสี่รอบแล้วนะฮะ

อาจารย์ฯ - แก้เพื่อให้มันถูกต้องที่สุดไง

เรา - ครับ
..............................

ผ่านไป นานพอสมควร

นั่งทำ นั่งแก้อักษร

เสร็จแล้ว ส่งเมล์ไปเมืองจีน ปิ๊ง

ส่งเมล์จบ


แปลกเนาะ

เราห่ามๆแถมปากมอมม๋าๆแบบนี้

เจออักษรไม่กี่คำ ของ "บุคคล" ท่านนั้น

ทำเอาเราแทบจะก้มกราบคอมพิวเตอร์ตัวเอง

พลังบารมีและคุณธรรมของใครกัน !!!

.................................................................................

วันนี้ไม่หวือหวา แต่ว่าอบอุ่นคับ

จบข่าว ภาคค่ำเย็นนี้

.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

@Jetkaro

.

.

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile

#25 By sara (112.142.190.72) on 2010-04-28 22:08

big smile big smile big smile

#24 By แจกเกมส์ (112.142.187.207) on 2010-04-17 18:22

big smile big smile big smile

#23 By kio (222.123.79.200) on 2010-03-05 18:26

big smile big smile big smile

#22 By เพลงออนไลน์ (117.47.85.43) on 2010-01-13 18:33

big smile big smile big smile

#21 By เพลง (117.47.110.26) on 2009-11-24 17:09

big smile big smile big smile

#20 By โหลดเพลง (117.47.203.122) on 2009-11-20 16:43

เก่งจัง

#19 By ฟังเพลง (124.120.209.9) on 2009-06-24 17:11

พี่กุ้งเป็นอะไรมากมั้ย เห็นเขียนมาซะยาวยืด จบชั่วโมงบรรยายแล้วเหรอ sad smile

#18 By ปุ๋งปิ๋ง (61.19.79.22) on 2008-10-06 09:57

11 กันยายน 2551
12 กันยายน 2551
บทความพิเศษ ชม. การทำงานกับวันหยุดงานของภาคเอกชน

ปัจจุบันนี้การทำงานของภาคเอกชนค่อนข้างรัดตัวต่อสภาวการณ์ ความเคร่งเคลียด งานที่รัดตัวเวลา 1 วันสำหรับการทำงาน หากนับของทางราชการ 8 ชม. แต่ภาคเอกชนมีระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ 9-10 ชม. ต่อ 1 วัน หากรวมระยะเวลาในการเดินทางก็ร่วม 12-13 ชม. ยิ่งในกทม. ด้วยแล้วต้องมีภาระในการทำงานในแต่ละวันรวมถึงวันหยุด ไม่รู้ว่าจะเร่งการผลิตสินค้าหรือภาคธุรกิจที่ต้องเร่งทำงานเพื่อคำตอบของงานคือ เงิน บันดาลสุข แต่จริง ๆ แล้วความสุขของแต่ละคนแถบจะหาไม่ได้เพราะต้องหมดไปกับการทำงาน
หากปรับเวลาการทำงานของภาคเอกชนให้เท่ากับภาคราชการจะทำได้หรือไม่อย่างไร บทวิเคราะห์นี้ภาคเอกชนน่าจะลองทบทวนดู สรรสร้างสังคมให้น่าอยู่ชีวิตครอบครัวจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำซาก เช่น ปัญหาทางสังคม ยาเสพติด ลูกติดเพื่อน ชิงสุกก่อนห่าม เที่ยวเตร่ในสถานเริงรมย์ก่อนวัยอันสมควร อื่น ๆ อีกมากมาย
จากการสังเกต ภาคเอกชนคนที่ทำงานเริ่มคิดว่าทำไม ภาคราชการจึงต้องมีวันหยุดนั้น หยุดนี่ แต่ที่จริงแล้ว กรมแรงงานก็จัดให้ภาคเอกชนจัดวันหยุดให้กับพนักงานเช่นกัน อย่างน้อยปีละ 13 วัน ซึ่งผู้ประกอบการต้องทบทวนวันหยุดนั้นด้วย แต่หากให้หยุดวันเสาร์-อาทิตย์พร้อมกันหมดจะกระทบธุรกิจมากน้อยหรือไม่อย่างไร น่าจะเป็นประเด็นที่มาจัดสัมมนา วิเคราะห์สถานการณ์ให้กับผู้ใช้แรงงานเพื่อให้มีวันหยุดสำหรับครอบครัวที่ตรงกัน จะได้ทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวพร้อม ๆ กัน หรือว่าธุรกิจสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
ใครชี้แนะได้บ้าง คำว่า งานคือเงิน บันดาลสุขได้จริงหรือ เพราะต้องมาเน้นอุตส่าหะต่อการทำงาน หรืออย่างไรกัน ให้เหมือน ๆ กันคือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะบางครั้งพนักงานไปทำงานหากทำค้าขายไม่ได้ก็เท่ากับศูนย์เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน
ในการพิจารณาการทำงานชอบอ้างว่าไม่หยุดงานเลยก็จะได้ผลตอบแทน หรือความดีความชอบ ที่จริงแล้วหากทุกคนพยายามทำงานโดยมีซุกไว้ ก็จะทันต่อผลงาน และยังมีเวลาเหลืออีกให้ได้ทบทวนโดยเฉพาะภาคราชการ ส่วนภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งกำลังการผลิตให้ทันต่อการสั่งซื้อ เพราะนั่นหมายถึงผลกำไรที่จะได้รับ แต่ผู้ใช้แรงงานหล่ะเหน็ดเหนื่อยเพราะต้องทำงานให้ผู้ประกอบ จึงเข้าหลักการของทุนนิยม
จึงมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้เพื่อสร้างดุลยภาพ เคยเห็นพนักงานโรงงานต่าง ๆ โดยเฉพาะให้กรุงเทพฯ ต้องเร่งรีบกับเวลาการทำงานแม้เวลากินข้าว อยู่อย่างง่าย ๆ มีอะไรก็กินกันไป จะได้เข้าทำงานกันอีก เหมือนเครื่องจักรกล ที่ต้องหยอดน้ำมันก่อนเครื่องจึงเดินต่อได้ สุขภาพจิต สุขภาพใจ เสื่อมโทรมกันบ้างไหม ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน ลูก ๆ ฝากใครเลี้ยง ฝากใครรับ มีเวลาอบรมสั่งสอนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวดิฉันเองรับราชการต้องเดินทางบางวันที่ลูกเรียนพิเศษ ต้องกลับค่ำก็คิดเหมือนกันว่าทำไมชีวิตในสังคมถึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ เวลา 24 ชม. เหมือนจะไม่เพียงพอพบหน้ากันก็ค่ำมืด อาบน้ำ กินข้าว หรือไม่ก็กินให้เสร็จ
เดี๋ยวจะต้องรีบนอน เพราะต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก แต่ดิฉันโชคดีที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีปัญหาการตื่นเช้าไปทำงาน
สุดท้ายไตรภาคีลองทบทวนกันทั่วประเทศไทยดูว่าจัดชม.และวันหยุดกันใหม่ดีไหม เพื่อว่าสังคมไทยจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีต่อทุก ๆ ฝ่าย ไม่ต้องเร่งรีบต่อการทำงาน ไม่ต้องนั่งอยู่คนเดียวเวลาหยุดงาน ทำกินในบ้านให้เพียงพอ ที่เหลือก็ส่งออก ไม่อยากยกตัวอย่างประเทศที่ค้าน้ำมัน แต่จริง ๆ แล้ว ประเทศที่ค้าน้ำมันก็กินข้าว และทำน้ำมันส่งออก แต่ก็ต้องเก็บไว้ใช้ในบ้านก่อน จริงไหมทุกท่าน
12 กย. 51

บทความพิเศษ บทเรียนประชาชนกับการเมืองไทย
การเมืองไทยตั้งแต่สมัยที่มอบอำนาจให้กับประชาชนในสมัยรัชกาลที่ 7
เกิดความวุ่นวายแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดท่านได้ลองคิดทบทวนกันดูบางหรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด การก่อร่างสร้างตัวของสังคมไทยที่แปรเปลี่ยนไปแต่ละสมัยล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ที่เกิดจากพรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ (Political Parties and Interest Groups)
ทุกวันนี้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเพื่อคอยดูว่าจะกระทบเศรษฐกิจหรือไม่ ปั๊มน้ำมันขายดีเมื่อน้ำมันราคาถูกลงกว่าเดิมพลเมืองของรัฐกระเตื้องขึ้น พ่อค้า แม่ค้า ค่อย ๆ ปรับตัวในการลดราคาสินค้า การบริโภคเพิ่มมากขึ้น พ่อค้าหาบเร่ลดต้นทุนด้านน้ำมันลงและคงจะมีเหลือเก็บเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน สะท้อนภาพในอดีตหากราคาน้ำมันดิบไม่สูงขึ้น และสามารถผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นหรือบางจำพวกหันไปใช้พลังงานที่ทดแทนบ้างประชาชนคงอยู่รอด เฝ้าติดตามภาคอุตสาหกรรมว่าจะค่อย ๆ ปรับแผนเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตร ภาคประชาชนได้อย่างไรบ้าง เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นสังคมก็คงกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม โลกสวย ฟ้าใส ด้วยมือของทุก ๆ คนพลเมืองของรัฐชาติ
ประเด็น บทเรียนประชาชนกับการเมืองไทย
สามทางเลือกที่ประชาชนต้องงง ด้วยนโยบ